“ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศของเราจะมีนักบินอวกาศไทยคนแรกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Space Inspirium ของ สทอภ. ที่จะเป็นที่ปลูกฝังจินตนาการทางด้านอวกาศให้เกิดขึ้นกับเยาวชนและประชาชนที่เข้ามาเรียนรู้”
ด้าน ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ อธิการสถาบันวิทยาการอวกาศและภูมิสารสนเทศ สทอภ. เผยว่า พิพิธภัณฑ์อวกาศ หรือ Space Inspirium ถือเป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ภายในประกอบด้วยโซนต่างๆ อาทิ “จุดกำเนิดเอกภพ” ที่อธิบายถึงความเป็นมา ขนาดและอายุของเอกภพ รวมไปถึงพลังงานต่างๆ ที่จะเชื่อมโยงไปยังโซน “ทำไมโลกจึงมีสิ่งมีชีวิต” เพื่อตอบความแคลงใจที่หลายคนสงสัย และโซน“วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสำรวจโลกและอวกาศ” ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ห้ามพลาด “เครื่องเล่นไจโรสโคป” เครื่องเล่นจำลองสภาวะไร้นำหนักที่จะมอบประสบการณ์และความรู้สึกของนักบินอวกาศที่อยู่ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง โดยอาศัยแรงเฉื่อยของล้อหมุน เพื่อช่วยรักษาระดับทิศทางของแกนหมุน ประกอบด้วยล้อหมุนเร็วบรรจุอยู่ในกรอบอีกทีหนึ่ง ทำให้เอียงในทิศทางต่างๆ ได้โดยอิสระ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเล่นได้ นอกจากนี้ยังมี โรงภาพยนตร์ 3 มิติ ที่จะนำเสนอเรื่องราวของการสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักบินอวกาศ ขนาด 50 ที่นั่ง ให้ได้ชมกันด้วย
“พิพิธภัณฑ์อวกาศ หรือ Space Inspirium นั้น ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงโลกของอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างครบวงจร ซึ่งสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้หลายส่วน โดยสทอภ.ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. – 9 เม.ย. 2559 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์อวกาศ Space Inspirium ภายในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ สทอภ. อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี” ดร.สมภพ กล่าว
***ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2141-4648 หรือ 0-2141-4553***
อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ
นายนิรุตติ คุณวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ Space Krenovative Park (SKP) ภายใต้แนวคิด “Inspiring Beyond” โดยมี ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) กล่างรายงานสรุปเกี่ยวกับ SKP และภายในงานได้จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง GISTDA กับผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมการแสดงศักยภาพของ GISTDA ในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ การแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานยนต์ภูมิสารสนเทศในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากกว่า 300 คน ณ Visionarium สถานีควบคุมดาวเทียมไทยโชต อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า GISTDA ได้เปิดอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ณ สถานีควบคุมดาวเทียมไทยโชต อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมลงนามการเป็นพันธมิตรของผุ้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไทยและต่างชาติ 5 ประเทศ ซึ่งถือเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง ที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อเป็นฐานรับข้อมูลจากดาวเทียมไทยโชตและดาวเทียมอื่น นำไปพัฒนาต่อยอดงานวิจัย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ การผลิตชิ้นส่วนอวกาศ แบตเตอรี่ การจัดทำแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมูลค่าของเทคโนโลยีด้านนี้ทั่วโลกมีมูลค่านับล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการในการเรียนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านภูมิสารสนเทศระดับภูมิภาคอาเซียน ในการทำวิจัยพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศและเผยแพร่ความรู้ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ในด้านนี้ให้มากขึ้นโครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ (SKP) เป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ SME และระดับอุตสาหกรรมอันจะเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของการ พัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ จึงเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระดับภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้รองรับการพัฒนาของประเทศที่มุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศจะมีพื้นที่ให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้าทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ พร้อมกับให้บริการอันเป็นการสนับสนุนการวิจัยให้บังเกิดผลเชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ แบ่งเป็น 7 ส่วน ได้แก่
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า GISTDA ได้เปิดอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ณ สถานีควบคุมดาวเทียมไทยโชต อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมลงนามการเป็นพันธมิตรของผุ้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไทยและต่างชาติ 5 ประเทศ ซึ่งถือเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง ที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อเป็นฐานรับข้อมูลจากดาวเทียมไทยโชตและดาวเทียมอื่น นำไปพัฒนาต่อยอดงานวิจัย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ การผลิตชิ้นส่วนอวกาศ แบตเตอรี่ การจัดทำแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมูลค่าของเทคโนโลยีด้านนี้ทั่วโลกมีมูลค่านับล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการในการเรียนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านภูมิสารสนเทศระดับภูมิภาคอาเซียน ในการทำวิจัยพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศและเผยแพร่ความรู้ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ในด้านนี้ให้มากขึ้นโครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ (SKP) เป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ SME และระดับอุตสาหกรรมอันจะเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของการ พัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ จึงเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระดับภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้รองรับการพัฒนาของประเทศที่มุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศจะมีพื้นที่ให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้าทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ พร้อมกับให้บริการอันเป็นการสนับสนุนการวิจัยให้บังเกิดผลเชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ แบ่งเป็น 7 ส่วน ได้แก่
- Satellite Operations หน่วยควบคุมและผลิตข้อมูลดาวเทียมไทยโชต รวมถึงดาวเทียมอื่นๆ ตามภารกิจของ สทอภ.
- Geo-Informatics Solution Delivery and Center ศูนย์กลางด้านภูมิสารสนเทศระดับอาเซียน เพื่อวิจัยและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ และเผยแพร่ความรู้โดยมีหลักสูตรฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ
- Visionarium สถานที่จัดกิจกรรมและแสดงประวัติความเป็นมาด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเป็นศูนย์รวมข้อมูลและวิชาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทาง สทอภ.จะให้องคืการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มีส่วนในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์
- Space Development เพื่อการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบและประกอบดาวเทียมสำรวจโลก รวมถึงเทคโนโลยีอวกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- Space Business Prototyping เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ ที่ต้องการสร้างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศเป็นฐาน โดยทาง สทอภ.มีแผนที่จะให้อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก (Eastern Science Park) ที่มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นแม่ข่าย เข้ามาร่วมดำเนินการ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายบัณฑิตและผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างธุรกิจทางด้านนี้
- Entrepreneurial Development เป็นพื้นที่เช่าสำหรับเอกชนที่ต้องการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่นำเทคโนโลยีด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไปต่อยอดจนนเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยและ สทอภ.
- Recreation Area เป็นพื้นที่สันทนาการสำหรับนักวิจัยและผู้ปฏิบัติงาน
ข้อมูลจาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น